พลาสติกรีไซเคิลกับรหัส 7 ประเภทที่ควรรู้
ปัจจุบันนี้พลาสติกถูกนำมาใช้งานเป็นจำนวนมากมายมหาศาล
ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการบรรจุ อุตสาหกรรมปิโตเลียม อุตสาหกรรมด้านอาหาร
วงการวิทยาศาตร์ วงการแพทย์และเวชภัณฑ์ วงการรับซื้อของเก่า อาชีพต่างๆ
แทบจะทุกอาชีพไม่เว้นแม้กระทั่งคนว่างงาน ก็ยังมีการใช้พลาสติกในกระบวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันอยู่เสมอ
โดยประเภทของพลาสติกที่นำมาใช้งานจะมีสารประกอบที่แตกต่างกันออกไป
เมือถึงเวลานำมารีไซเคิลจึงจำเป็นต้องแบ่งประเภทของพลาสติกเพื่อการรีไซเคิลด้วย
ซึ่งมีรหัสทั้งหมด 7 ประเภท ดังนี้
![]() |
| ภาพ : .thai-plastic.com |
1.
polyethylene terephthalate ethylene หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า
ขวด PET เป็นพลาสติกแข็งและมีสีใส ส่วนมากจะใช้ทำขวดบรรจุน้ำดื่ม
ขวดน้ำมันพืช เมื่อรีไซเคิลให้เป็นเส้นใยจะสามารถทำถุงหูหิ้ว
เสื้อกันหนาว พรม ใยสังเคราะห์ กระเป๋า
2.
High Density Polyethylene พลาสติกรูปแบบนี้จะเหนียวและแข็งมาก
ทนต่อการแตกหัก เช่น ขวดนม ขวดแชมพู เมื่อรีไซเคิลจะกลายเป็นขวดน้ำมันเครื่อง
ท่อ ลังพลาสติก ไม้เทียม
3.
Polyvinylchloride หรือ พีวีซี เช่น ท่อน้ำ รวมทั้งแผ่นพลาสติกสำหรับทำประตู
หน้าต่างนั่นเอง เมื่อผ่านการรีไซเคิลจะเป็นกรวยจราจร
เฟอร์นิเจอร์ ม้านั่งพลาสติก
4.
Low Density Polyethylene เป็นพลาสติกที่นิ่ม เหนียว
และยืดตัวได้มาก แต่ไม่ค่อยทนต่อความร้อน ใช้ทำถุงเย็นสำหรับบรรจุอาหาร
เมื่อผ่านการรีไซเคิลจะเป็นถุงดำสำหรับใส่ขยะ
ถุงหูหิ้ว กระเบื้องปูพื้น ถังขยะ
5.
Polypropylene คล้ายกับพลาสติกรูปแบบที่ 4 แต่จะสามารถทนต่อความร้อนและสารเคมีได้ด้วย ส่วนใหญ่จึงนำมาทำภาชนะบรรจุอาหาร
และสามารถนำมารีไซเคิลเป็นกล่องแบตเตอรี่ในรถยนต์หรือไม้กวาดพลาสติก
6.
Polystyrene ใช้ทำโฟมใส่อาหาร เมื่อนำมารีไซเคิลจะได้ไม้แขวนเสื้อ
ไม้บรรทัด แผงสวิตช์ไฟ หรือถาดใส่ไข่
7.
พลาสติกที่นอกเหนือจากชื่อข้างต้น ซึ่งจะมีส่วนผสมของสาร BPA โพลีคาร์บอเนต
หรือพลาสติกชีวฐาน (bio-based plastics)โดยสามารถนำมาหลอมและผลิตใหม่ได้ กลายเป็นขวดน้ำ และถุงบรรจุอาหาร
ไม่เพียงแค่ร้านรับซื้อของเก่าที่จะต้องรู้ประเภทของพลาสติกเหล่านี้เท่านั้น
แต่ถ้าเราช่วยกันแยกขยะให้เหมาะสมกับการรีไซเคิล หรือไม่นำพลาสติกไปเผาไหม้ ก็จะช่วยให้ลดมลพิษให้โลกได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น